กรมประมงเปิดยุทธศาสตร์ “ปลาสวยงามไทย 2569” ยกระดับมาตรฐานฟาร์ม GAP ดันยอดส่งออกทะลุ 1,200 ล้านบาท ชู “ปลากัดไทย” แชมป์เบอร์ 1 ของโลก
กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการยุทธศาสตร์พัฒนาสัตว์น้ำสวยงาม (พ.ศ. 2566–2570) อย่างเต็มสูบ มุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานฟาร์มเพาะเลี้ยงสู่ระบบ GAP (Good Aquaculture Practice) ในคลัสเตอร์ศูนย์กลางปลาสวยงามราชบุรี-นครปฐม รับความต้องการตลาดต่างประเทศที่เติบโตต่อเนื่อง คาดการณ์มูลค่าส่งออกรวมแตะระดับ 1,200 ล้านบาท
📌 สถิติการค้าและสัดส่วนการส่งออกสัตว์น้ำสวยงามไทย
ปัจจุบันประเทศไทยครองส่วนแบ่งตลาดปลาสวยงามของโลกมากกว่า 11% โดยมีกลุ่มสินค้าเรือธงที่ได้รับความนิยมสูงในตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีน ดังนี้:
🚀 3 เสาหลักยุทธศาสตร์พัฒนาฟาร์มเพาะพันธุ์สู่ Smart Aquaculture
- การตรวจรับรอง GAP แบบ One-Stop Service: กรมประมงลดระยะเวลาการตรวจรับรองมาตรฐานสถานพยาบาลสัตว์น้ำและฟาร์มปลอดโรค CITES ให้รวดเร็วขึ้นภายใน 14 วันทำการ
- การสนับสนุนเทคโนโลยี IoT และ Sensor ตรวจวัดค่าน้ำ: ร่วมมือกับสถาบันวิจัยในการติดตั้งระบบเฝ้าระวังคุณภาพน้ำอัตโนมัติ (pH, อุณหภูมิ, ออกซิเจนละลาย) เพื่อลดอัตราความสูญเสีย
- การส่งเสริมการตลาดดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซสัตว์น้ำ: เชื่อมโยงเกษตรกรรายย่อยเข้าสู่แพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ระดับสากล เพื่อขยายช่องทางการจำหน่ายแบบ B2C และ B2B ตรงสู่ผู้ซื้อต่างประเทศ
💬 อธิบดีกรมประมงระบุ: "ปลากัดไทยไม่ใช่แค่สัตว์น้ำประจำชาติ แต่คือ Soft Power ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง การยกระดับฟาร์มสู่ GAP 100% จะสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดแก่ด่านกักกันสัตว์น้ำทั่วโลก และรักษาตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งของโลกอย่างยั่งยืน"
0 ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น *
เข้าสู่ระบบ