ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการพัฒนาสัตว์น้ำสวยงามไทย พ.ศ. 2566–2570: ดันเป้ามูลค่าส่งออกทะลุ 12,000 ล้านบาท พร้อมครองส่วนแบ่งตลาดโลกอันดับ 1
📈 วิสัยทัศน์สัตว์น้ำสวยงามไทย: ก้าวสู่ศูนย์กลางการค้าปลาสวยงามระดับโลก
คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติเดินหน้าขับเคลื่อน “แผนปฏิบัติการพัฒนาสัตว์น้ำสวยงาม พ.ศ. 2566–2570” โดยมุ่งเน้นการยกระดับห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยครองส่วนแบ่งการตลาดสัตว์น้ำสวยงามโลกมากกว่า 15% ภายในปี 2570
1. สี่เสาหลักยุทธศาสตร์การพัฒนา (4 Strategic Pillars)
- เสาหลักที่ 1 (R&D & Biotechnology): สนับสนุนทุนวิจัยการคัดเลือกสายพันธุ์พันธุศาสตร์โมเลกุล (Marker-Assisted Selection) เพื่อสร้างสายพันธุ์แท้สีสันใหม่
- เสาหลักที่ 2 (GAP & CITES Compliance): ยกระดับฟาร์มเพาะเลี้ยงกว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศให้ได้รับมาตรฐานฟาร์ม GAP มกษ. 7430 และใบอนุญาตเพาะพันธุ์สัตว์น้ำคุ้มครอง
- เสาหลักที่ 3 (Digital Trade & Logistics): เชื่อมโยงระบบ Single Window กับศุลกากรโลก และขยายคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิสำหรับสัตว์น้ำมีชีวิต
- เสาหลักที่ 4 (Green & Sustainable Aquaculture): รณรงค์การใช้อาหารปลาลดการปล่อยของเสียและระบบบำบัดน้ำแบบหมุนเวียน (RAS) ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์
2. ข้อมูลสถิติและมูลค่าการส่งออกสำคัญ
ปัจจุบันไทยส่งออกปลากัดเป็นอันดับ 1 ของโลก (คิดเป็น 40% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด) ตามด้วยปลาทอง, ปลาคาร์ฟ, ปลาหางนกยูง, ปลากลุ่มแคทฟิช และพรรณไม้น้ำ โดยมีมูลค่าการค้าหมุนเวียนในประเทศและส่งออกรวมกว่า 9,800 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา
📚 แหล่งอ้างอิงทางวิชาการ (References)
- คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ. (2566). แผนปฏิบัติการพัฒนาสัตว์น้ำสวยงาม พ.ศ. 2566–2570. สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์.
- กรมประมง. (2568). รายงานการประเมินสถานภาพเศรษฐกิจการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามของประเทศไทย ประจำปี 2568. กองนโยบายและยุทธศาสตร์พัฒนาการประมง.
- FAO. (2025). Global Trade in Ornamental Fish: Industry Dynamics, Sustainability and Export Competitiveness. FAO Fisheries Technical Paper, Rome.
0 ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น *
เข้าสู่ระบบ